ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สวิตเซอร์แลนด์มีชื่อทางการว่า สมาพันธรัฐสวิส  เป็นประเทศขนาดเล็กที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลและตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตะวันตก โดยมีพรมแดนติดกับประเทศเยอรมนี ประเทศฝรั่งเศส ประเทศอิตาลี ประเทศออสเตรีย และประเทศลิกเตนสไตน์ นอกจากจะมีความเป็นกลางทางการเมืองแล้ว สวิตเซอร์แลนด์นับว่ามีการร่วมมือกันระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งขององค์กรนานาชาติหลายแห่ง

ประวัติประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สวิตเซอร์แลนด์ประเทศที่พรั่งพร้อมไปด้วยภูมิประเทศอันสวยงาม ยอดเขาสูงและทะเลสาบ
จนนักท่องเที่ยวหลายๆคน ใฝ่ฝันที่จะไปเยือนดินแดนแห่งนี้ให้ได้สักครั้งในชีวิต
แต่ถ้าจะให้เข้าถึงประเทศสวิตเซอร์แลนด์อย่างถ่องแท้แล้ว
คงต้องเริ่มตั้งแต่การถือกำเนิดเกิดมาประเทศสวิตเซอร์แลนด์กันเลย
ซึ่งตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่า
บริเวณที่เป็นประเทศสวิตเซอร์แลนด์นี้เคยเป็นที่อยู่ของชนเผ่ากลุ่มเร่ร่อนมาตั้งแต่สมัย
10000 ปีก่อนคริสตกาล จนกระทั่งเมื่อเข้าสู่ยุคโรมัน
ชนเผ่าชาวโรมันก็ย้ายเข้ามาตั้งรกรากอยู่
และเมื่ออาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์เจริญอำนาจขึ้นมา
ผินดินที่เป็นสวิตเซอร์แลนด์ในปัจจุบันก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักนี้
ต่อมาก็ได้มีการรวบรวมแคว้นต่างๆ เข้าด้วยกัน
เพื่อต่อต้านความกดดันจากราชวงศ์ฮับส์บวร์กส์ซึ่งเป็นราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ในสมัยนั้น
จนกระทั่งได้เริ่มมีการก่อร่างสร้างตัวเป็นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในปี 1291
หลังจากนั้นก็ยังมีสงครามระหว่างชนเผ่าต่างๆ
ที่อาศัยอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์หลายครั้ง
จนกระทั่งได้กลายมาเป็นประเทศที่ถือได้ว่าเป็นประเทศที่สงบสุขที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้
ถึงแม้ว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์จะไม่ได้มีกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
มีอำนาจมากมายเป็นที่รู้จักในหน้าประวัติศาสตร์ของโลกอย่างกษัตริย์ของประเทศฝรั่งเศสหรือประเทศเยอรมัน
แต่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็ผ่านอะไรต่อมิอะไรมาไม่น้อยเหมือนกัน
ก่อนที่จะไปท่องเที่ยวในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
เราลองมาทำความรู้จักกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์กันซักหน่อยว่า
ตั้งแต่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์จวบจนกระทั่งมาเป็นประเทศสวิตเซอร์แลนด์เข้าสู่ยุคศตวรรษที่
21 มีอะไรเกิดขึ้นบ้างในผืนแผ่นดินแห่งนี้

เมืองหลวง

เบิร์น  (Bern) เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์เป็นเมืองโบราณเก่าแก่และโรแมนติก การเดินเที่ยวชม ความงดงามของ สถาปัตยกรรมในเขตเมืองเก่า เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด เมื่อมีโอกาสได้มาเยือนนครแห่งนี้ Bern สร้างขึ้นเมื่อ 800 ปีที่แล้วโดยมีแม่น้ำ Aare ล้อมรอบตัวเมือง แม่น้ำแห่งนี้เปรียบเหมือนปราการธรรมชาติซึ่ง ป้องกันเมืองไว้ทั้ง สามด้านสำหรับด้านที่สี่ชาว เมืองได้สร้างกำแพงและสะพานข้ามที่สามารถชักขึ้นลงได้ และโดยการรักษาผังเมืองให้มีสภาพดังเดิมตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา Bernจึงได้รับการ ประกาศ ให้เป็นมรดก โลกของ UNESCO ซึ่งเป็นเมืองเดียวในประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ การเดินชมเมือง ควรเริ่มจาก Rose Garden เพียง 5 นาทีก็จะพบกับบ่อเลี้ยง หมีของเมือง ( หมี เป็น สัญลักษณ์ของ Bern )จากนั้นเมื่อเดินข้ามสะพานมา ก็จะเริ่มเข้าเขตเมืองเก่า ที่มีหลังคาคลุมตลอดทางยาวถึง 6 กิโลเมตร ภายใต้หลังคานี้มีร้านค้ามากมายหลายร้อยแห่ง รวมทั้งภัตตาคารที่มีมากกว่า 150 แห่งในเขตเมืองเก่า และด้วยการดูแลรักษาสถาปัตยกรรมของเมืองอย่างดี Bern ยังเปรียบเหมือนเหมืองทองของนักถ่ายภาพอีกด้วย นอกจากนั้น Bern ยังมีโบสถ์ที่สูงที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้ง ตลาดนัดชาวนา ซึ่งจัดขึ้น 2 ครั้งต่อสัปดาห์ที่หน้ารัฐสภาของเมืองแห่งนี้



ลักษณะภูมิประเทศ

อากาศในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เปลี่ยนแปลงตามสภาพภูมิประเทศ ปริมาณหิมะสูงที่สุดของประเทศอยู่ในโรเชอรส์ เดอ เนฟ (Rochers de Nave) ซึ่งเป็นภูเขาใกล้มงเทรอซ์ ( Montreux) อยู่ที่ระดับประมาณ 260 ซม. ต่อปี โดยปกติ การสะสมของหิมะจะสูงกว่าในด้านตะวันตกของประเทศ ที่มักจะมีเมฆจากชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก นอกจากนี้ ส่วนทางใต้ของเทือกเขาแอลป์มีฝนตก ตัวอย่างเช่น ลูกาโนได้รับปริมาณน้ำฝนประมาณ 175 ซม. ต่อปี ถ้าลมพัดเมฆมาจากทางใต้ จะถูกกั้นโดยเทือกเขาแอลป์และกลายเป็นฝน โดยปกติ จะก่อให้เกิดสภาพอากาศแห้งและอบอุ่นทางด้านเหนือของเทือกเขาแอลป์ และมักจะตามมาด้วยกระแสลมแรงและทิวทัศน์ที่สวยงามมากของเทือกเขาที่ดูเหมือน จะใกล้กว่าความเป็นจริงมาก ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “Foehn” คนจำนวนมากอ้างว่าทำให้เกิดอาการปวดศีรษะในสภาพอากาศเช่นนี้

ในทางตรงข้าม หุบเขาอิงกาดิน (Engadin) ทางด้านตะวันออก และวาเล่ย์ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสวิตเซอร์แลนด์ มีปริมาณหิมะสะสมน้อยมาก สโคล์ได้รับประมาณ 70 ซม. สตาลเดนไรด์ ประมาณ 53 ซม.ฃ

การเมืองการปกครอง

แต่ละ Canton มีรัฐธรรมนูญและ Cantonal Government ของตนเองโดยมีอิสระจากการบริหารราชการของส่วนกลาง อำนาจนิติบัญญัติของสมาพันธ์ฯ อยู่ที่รัฐสภาแห่งสมาพันธ์ (Federal Assembly) ซึ่งประกอบด้วยสภาแห่งชาติ (National Council) และสภาแห่งรัฐ (Council of States) ทั้งสองสภามีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกัน National Council ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรงมีจำนวน 200 คน แต่ละ Canton จะมีจำนวน ผู้แทนของตนมากน้อยตามจำนวนประชากร (1:34,000) แต่อย่างน้อยที่สุด แต่ละ Canton จะมีผู้แทน 1 คน Council of States มีจำนวนสมาชิก 46 คน โดยแต่ละ Canton มีผู้แทน 2 คน การดำเนินงานที่สำคัญของรัฐสภาแห่งสมาพันธ์ กระทำผ่าน standing committees ด้าน ต่าง ๆ อาทิ การคลัง การต่างประเทศ เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์และการวิจัย การทหาร สุขภาพและสิ่งแวดล้อม การคมนาคม พลังงาน ฯลฯ ในการบริหารราชการส่วนกลาง อำนาจบริหารจะอยู่ที่คณะรัฐมนตรีเรียกว่า the Federal Council ซึ่งมีสมาชิกเรียกว่า Federal Councillor (มนตรีแห่งสมาพันธ์) มีทั้งหมด 7 คน ทำหน้าที่ควบคุมบริหารงานในหน่วยงานระดับกระทรวง 7 แห่ง รัฐสภาแห่งสมาพันธ์เป็นผู้เลือกมนตรีแห่งสมาพันธ์ มีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี และในจำนวนมนตรีแห่งสมาพันธ์ทั้ง 7 คน จะได้รับเลือกจากรัฐสภาแห่งสมาพันธ์ผลัดเปลี่ยนกันครั้งละหนึ่งคน เพื่อดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่ง 1 ปี โดยมีสถานะเป็น “the first among equals” ดังนั้น ประธานาธิบดีสวิสจึงไม่มีการเยือนต่างประเทศในฐานะ State Visit นับตั้งแต่ ค.ศ. 1959 เป็นต้นมา สวิตเซอร์แลนด์ได้ปกครองและบริหารโดยพรรคการเมืองหลัก 4 พรรค ได้แก่ พรรค Radical Democratic (RDP) พรรค Social Democratic Party (SDP) พรรค Christian Democratic People’s Party (CDP) และพรรค Swiss People’s Party (SVP) ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติว่า แต่ละพรรคจะได้รับจัดสรรตำแหน่งมนตรีของสมาพันธ์พรรคละ 2 คน ยกเว้น Swiss People’s Party ได้ 1 คน นอกจากนั้น ผู้จะดำรงตำแหน่งมนตรีแห่งสมาพันธ์จะมาจาก Canton เดียวกันเกิน 1 คนไม่ได้ และเป็น ธรรมเนียมว่าจะต้องมีผู้แทนจาก 3 Canton หลัก ได้แก่ Zurich, Berne และ Vaud แห่งละ 1 คน ลักษณะพิเศษของระบบประชาธิปไตยแบบสวิสคือ อำนาจสูงสุดในทางนิติบัญญัติมิได้อยู่ที่สภาแต่อยู่ที่ประชาชนโดยตรง เพราะตามรัฐธรรมนูญประชาชนมีสิทธิในการออกเสียงประชามติ (referendum) และการริเริ่ม (initiative) กล่าวคือ กฎหมายทุกฉบับที่ผ่านสภาแห่งสมาพันธ์แล้ว จะยังไม่มีผลบังคับใช้ เป็นกฎหมาย จะต้องรอให้ครบ 90 วันเสียก่อน ในระหว่างนั้นประชาชนจะมีสิทธิคัดค้านโดยจะต้องเข้าชื่อร่วมกัน ไม่น้อยกว่า 50,000 คน เพื่อให้มีการจัด referendum ส่วนอำนาจในการริเริ่มของประชาชนจะสามารถใช้ในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยประชาชนต้องเข้าชื่อร่วมกันไม่น้อยกว่า 100,000 คน เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศลงประชามติ ด้านอำนาจตุลาการ ศาลชั้นต้นและศาลชั้นกลางจะเป็นศาลของมณฑล โดยใช้กฎหมาย สมาพันธ์ร่วมด้วย และประชาชนเป็นผู้เลือกตั้งผู้พิพากษาโดยตรง แม้แต่ผู้พิพากษาสมทบก็อาจเป็นบุคคลที่ประกอบอาชีพอื่น ๆ ที่ได้รับเลือกจากคนในท้องถิ่น ส่วนศาลฎีกาแห่งสมาพันธ์ (Federal Supreme Court) มี ที่ตั้งอยู่ที่เมืองโลซานน์ เพื่อเน้นการแบ่งแยกอำนาจจากรัฐบาลกลางที่กรุงเบิร์น ศาลฎีกาเป็นทั้งศาลแพ่งและศาลอาญา ประกอบด้วยผู้พิพากษาประมาณ 30 คน ที่ได้รับเลือกตั้งจากรัฐสภาแห่งสมาพันธ์

ภาษา

  • เยอรมัน(ร้อยละ 64) เป็นภาษาที่มีการพูดกว้างขวางที่สุดในประเทศ ทางภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 19 รัฐใน 26 รัฐ
  • ฝรั่งเศส (ร้อยละ 19) คนส่วนใหญ่ที่พูดภาษาฝรั่งเศสในประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้นจะอยู่ในภาคตะวันตกของประเทศ โดยมี 4 รัฐด้วยกันคือ เจนีวา, ชูรา, นิดวัลเดิน และโว และมีอีก 3 รัฐ (เบิร์น, ฟรีบูร์ก และวาเล) ที่ใช้ทั้งภาษาเยอรมันและฝรั่งเศสในการสื่อสาร
  • อิตาเลียน (ร้อยละ 8 ) ทางภาคใต้ในรัฐทีชิโน และอีก 4 หมู่บ้านทางใต้ของรัฐเกราบึนเดิน
  • โรมันช์ (ร้อยละ 1) (Rhaeto-Romanic – ภาษาละตินโบราณ) ส่วนใหญ่จะถูกใช้ในรัฐเกราบึนเดินซึ่งใช้ภาษาในการสื่อสารมากถึง 3 ภาษา (ภาษาโรมาเนีย, ภาษาเยอรมัน และภาษาอิตาลี) ซึ่งภาษาโรมาเนียนั้นจะคล้ายกับภาษาอิตาเลียนและฝรั่งเศส ซึ่งมีรากฐานของภาษามาจากละติน และยังใช้พูดกันในชนกลุ่มน้อยของมณฑล กริซองส์ (Grisons)
  • ภาษาอื่นๆ ก็คือ ภาษาอังกฤษ ไม่ต้องกังวลไปเพราะคนที่นี่ก็พูดภาษาอังกฤษได้ทั่วไปโดยเฉพาะในเมืองและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ

ประชากร

ประชากร 7.5 ล้านคน (ปี 2549) เป็นชาวสวิส เยอรมันร้อยละ 65 สวิสฝรั่งเศสร้อยละ 18 สวิสอิตาเลียน ร้อยละ 10 โรมานซ์ ร้อยละ 1 อื่น ๆ ร้อยละ 6

ศาสนา

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้กำหนดศาสนาประจำชาติไว้ แต่อย่างไรก็ตามรัฐส่วนใหญ่ในประเทศ (ยกเว้นรัฐ Geneva และ Neuchâtel) ต่างก็มีโบสถ์ประจำรัฐ ซึ่งประชากรในประเทศจะนับถือศาสนาคริสต์เป็นส่วนใหญ่แบ่งเป็น นิกายโปแตสแตนท์ร้อยละ 42.5 และนิกายคาทอลิก ร้อยละ 41 และอื่น ๆ

สกุลเงิน

ฟรังก์สวิส  เป็นสกุลเงินและตั๋วเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายของประเทศสวิตเซอร์แลนด์และประเทศลิกเตนสไตน์ และมีใช้ในดินแดนบางส่วนของประเทศอิตาลีและเยอรมนี

 

ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s