ประเทศญี่ปุ่น

พื้นที่

ญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปเอเชีย        มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 377,385 ตร.กม.  มีเกาะรวมทั้งสิ้นประมาณ 3,900 เกาะ       เกาะใหญ่ที่สำคัญคือ  ฮอนชู ฮอกไกโด คิวชิว และชิโกกุ แบ่งการปกครองเป็น 47 จังหวัด (Prefecture)กรุงโตเกียวตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู

เมืองหลวง

กรุงโตเกียว มีประชากร ประมาณ 12 ล้านคน จากจำนวนประชากร 128 ล้านคน

ภูมิอากาศ

ญี่ปุ่น มี 4 ฤดู
ฤดูหนาว ประมาณเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์
ฤดูใบไม้ผลิ ประมาณเดือนมีนาคม – พฤษภาคม
ฤดูร้อน ประมาณเดือนมิถุนายน – สิงหาคม
ฤดูใบไม้ร่วง ประมาณเดือนกันยายน – พฤศจิกายน

ภาษา

ญี่ปุ่น

ศาสนา

ชินโต พุทธ คริสต์

การปกครอง

ประชาธิบไตยระบบรัฐสภาภายใต้รัฐธรรมนูญโดยมีสมเด็จพระจักรพรรดิ       เป็นองค์ประมุขและมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร       รัฐสภาญี่ปุ่น       เรียกว่า สภาไดเอ็ท (Diet)

การคมนาคมระบบ

สนามบินนานาชาตินาริตะ อยู่ทางทิศตะวันออกของกรุงโตเกียว 64  กิโลเมตร การเดินทางส่วนใหญ่ของคนญี่ปุ่นในเมืองใหญ่ใช้รถไฟ  โดยมีทั้งระบบรถไฟ       บนพื้นดินและใต้ดิน และมีรถไฟความเร็วสูง Shinkansen       (ความเร็ว 270 กม. ต่อชั่วโมง) วิ่งระหว่างจังหวัด

การเดินทางเข้าญี่ปุ่น

ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยต้องขอรับการตรวจลงตรา (visa) ประเภทที่ถูกต้องก่อนเข้าญี่ปุ่น       ยกเว้นผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ  การเดินทางโดยเครื่องบินตรงจากประเทศไทย      ไปญี่ปุ่น (กรุงโตเกียว) ใช้เวลาประมาณ 6-7  ชั่วโมง

สกุลเงิน

เยน (Yen) 100 เยน เท่ากับประมาณ 36 บาท

สถานที่ท่องเที่ยว

โตเกียวทาวเวอร์

โตเกียวทาวเวอร์ (ภาษาญี่ปุ่น: 東京タワー, โตเกียวทะวา;  ภาษาอังกฤษ: Tokyo Tower) คือหอคอยสื่อสารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเขตมินะโตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มีความสูง 332.6 เมตร(1,091 ฟุต) สร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958)

นอกจากจะเป็นหอคอยที่ไว้ส่งสัญญาณคลื่นวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ เช่น NHK TBS ฯลฯ แล้ว โตเกียวทาวเวอร์ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของกรุงโตเกียวอีกด้วย โดยปีหนึ่งจะมีคนเข้าชมหอมากกว่า 2 ล้าน 5 แสนคน บริเวณหอคอยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ส่วนล่างสุดเป็นอาคารสูง 4 ชั้นที่ตั้งอยู่ใต้หอโดยตรง ภายในประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ ร้านคา ภัตตาคาร ฯลฯ อีก 2 ส่วนที่เหลือเป็นจุดชมทัศนียภาพของหอคอย ตั้งอยู่บนความสูง 150 เมตร และ 250 เมตรตามลำดับ

โตเกียวทาวเวอร์ ( Tokyo Tower ) ที่สูงเสียดฟ้า โครงเหล็กกล้าทาด้วยสีแดงและขาวสร้างเสร็จในปี 1958 เพื่อใช้สำหรับส่งสัญญาณโทรทัศน์ และหวังให้ผู้พบเห็นรู้สึกเหมือนได้ชมหอไอเฟลของปารีส นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิว จากมุมสูงของโตเกียวได้ที่จุดชมวิวของหอโตเกียว ทาวเวอร์แห่งนี้ ตึกนี้สูง 333 เมตร ก่อสร้างด้วยเหล็กสีส้ม

โตเกียวทาวเวอร์นับเป็นจุดที่หลายคนที่ไปเที่ยวเมืองโตเกียวแล้วต้องไปเยี่ยมชม โตเกียวทาวเวอร์นั้นตั้งพุ่ง ทะยานเสียดฟ้าอยู่ทางขอบฟ้าด้านใต้ สถาปัตยกรรมทาสีแดงชาวชิ้นนี้สร้างเสร็จในปี 1958 เพื่อทำการส่งสัญญาณโทรทัศน์ และหวังให้ผู้พบเห็นรู้สึกเหมือนกันได้ชมหอไอเฟลที่ปารีส และหอแห่งนี้ยังเป็นจุดชมวิวอันแสนวิเศษ

ชั้น 1 Tokyo Tower Aquarium

มีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่สำคัญที่สุดของประเทศญี่ปุ่น และเป็นที่นิยมที่สุดในญี่ปุ่นโดยมีปลามากกว่า 50,000 ตัว และกว่า 800 สายพันธุ์เลยทีเดียว  ชั้น 1 และชั้น 2 แหล่งรวมร้านขายของมากมาย ร้านอาหาร และร้านน้ำชา ในชั้นนี้สามารถหาซื้อของที่ระลึกของโตเกียว และญี่ปุ่นเพื่อซื้อเป็นของฝากได้ที่นี่ และยังมีร้านอาหารอีกหลายร้านด้วย

ชั้น 3 Tokyo Tower Carnival

“พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง” ที่ชั้นนี้สามารถเดินชมหุ่นขี้ผึ้งได้ โดยเป็นหุ่นของคนสำคัญของโลก
“โซนพิศวง (Mysterious Walking Zone)” ที่นี่เราสามารถพบกับเทคโนโลยีแบบภาพสามมิติ ล้ำสมัย ตื่นตาตื่นใจอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ชั้น 4 Tokyo Tower Trick Art Gallery
ห้องจัดแสดงภาพศิลปะ และเพลิดเพลินกับภาพในระบ 3 D Government Information Display Center (Forest of Information) ห้องแนะนำเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ จัดโชว์ในรูปแบบวีดีโอ เพื่อความบันเทิง ห้องจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับสถิติ (Statistics Plaza) เรื่องราวของประวัติศาสตร์ที่นำเสนอผ่านวีดีโอ และเกมส์คอมพิวเตอร์ เพื่อให้ง่ายแก่การเข้าใจของผู้มาเยี่ยมชม

ฮิโรชิม่า (Hiroshima) เมืองแห่งสันติภาพ

ฮิโรชิม่า ชื่อนี้ผู้คนทั่วโลกต่างรู้จักกันดี นั่นเป็นเพราะเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ฮิโรชิม่าเป็นหนึ่งในสองเมืองของญี่ปุ่นที่ถูกถล่มด้วยระเบิดปรมาณู ภาพของ Atomic Dome สวนสันติภาพใจกลางเมือง ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความโหดร้ายของสงครามและอำนาจทำลายล้างของระเบิดลูกเล็ก ๆ แต่มีอานุภาพร้ายแรงอย่างระเบิดปรมาณู เมืองฮิโรชิม่าจึงเป็นตัวแทนของ “สันติภาพ” (City of Peace) โดย Atomic Dome ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก
ปัจจุบันฮิโรชิม่า มีฐานะเป็นจังหวัดหนึ่งของญี่ปุ่น (Hiroshima Ken) มีประชากรราว 3,000,000 คน เฉพาะเมืองฮิโรชิม่า 1,200,000 คน เป็นเมืองศูนย์กลางความเจริญของเกาะฮอนชูตอนล่าง ทั้งการคมนาคม การค้า อุตสาหกรรม บริษัทผลิตรถยนต์ “มาสด้า” ก็มีต้นกำเนิดจากที่นี่
เกาะมิยาจิม่า อันเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าอิตสึคุชิม่า(Itsukushima Shrine) ภูมิทัศน์บริเวณนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสามของทิวทัศน์ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกด้วยเช่นกัน
การเดินทางไปเมืองฮิโรชิม่า
– จากประเทศไทย สายการบินบางกอกแอร์เวย์มีเที่ยวบินจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปฮิโรชิม่า ในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ วันละ 1 เที่ยวบิน
– จากสนามบินฮิโรชิม่า (Hiroshima Airport) เดินทางเข้าเมืองฮิโรชิม่า ด้วยรถ Limusine  Bus ถึงสถานี Hiroshima ใช้เวลาเดินทาง 50-60 นาที ค่าโดยสาร 1,300 เยน
– จากสถานี Shin-Osaka นั่งรถไฟ Shinkansen ขบวน Hikari ลงสถานี Hiroshima ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 35 นาที ค่าโดยสาร 9,950 เยน จาก Kyoto ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 55 นาที ค่าโดยสาร 10,790 เยน
– จากสถานี Hakata ใน Fukuoka นั่งรถไฟ Shinkansenลงสถานี Hiroshima ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 15 นาที

ในฮิโรชิม่ามีรถรางวิ่งให้บริการอยู่ 8 สาย เฉพาะที่ออกจากหน้าสถานี Hiroshima มีอยู่ 4 สาย ค่าโดยสารไม่แพง เพียงเที่ยวละ 150 เยน แต่เพื่อความสะดวกและประหยัด แนะนำให้ซื้อตั๋วแบบเหมาจ่าย ซึ่งมีให้เลือกดังนี้

1Day Trip for Street Car ราคา ผู้ใหญ่ 600 เยน เด็ก 300 เยน ใช้ขึ้นรถรางได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยวและระยะทางในเวลา 1 วัน

1 Day Trip for Street Car+Ferry Boat
ราคา ผู้ใหญ่ 840 เยน เด็ก 420 เยน สามารถขึ้นรถรางได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยวและระยะทางในเวลา 1 วัน รวมทั้งยังสามารถใช้โดยสารเรือเฟอร์รี่ Matsudai Kisen ไปยังเกาะมิจิยาม่าได้ด้วย

2 Day Trip for Street Car+Ferry Boat+Ropeway
ราคาผู้ใหญ่ 2,000 เยน เด็ก 1,000 เยน สามารถขึ้นรถรางได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยวและระยะทางภายในเวลา 2 วัน นอกจากนี้ยังใช้โดยสารเรือเฟอร์รี่ Matsudai Kisen ไปเกาะมิยาจิม่า และใช้นั่งกระเช้า Ropeway ขึ้นสู่ยอดเขา Misen บนเกาะมิยาจาม่าได้อีกด้วย
หาซื้อตั๋วดังกล่าวได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์สถานี JR Hiroshima
ท่าเรือเฟอร์รี่ Matsudai Kisen อยู่ใกล้สถานีปลายทาง Hiroden-Miyajimaguchi ของรถรางสาย 2

ภูเขาไฟฟูจิ หรือ ฟูจิ ฮาโกเนะ

ภูเขาไฟฟูจิ ได้รับการยกย่องว่าเป็นภูเขาที่สวยขนาดไม่มีภูเขาลูกใดมาเทียบเคียงได้ และทะเลสาบอาชิ ในฮาโกเนะก็เป็นทะเลสาบที่คนนิยมมาบันทึกภาพเก็บไว้บ่อยครั้งที่สุด พื้นที่ส่วนใหญ่ของฟูจิและฮาโกเนะถูกกำหนดให้เป็น อุทยานแห่งชาติ ภูเขาไฟฟูจิ โผล่พ้นผิวมหาสมุทรเป็นรูปกรวยคว่ำได้สัดส่วนงามสง่า ภูเขาไฟฟูจิเป็นดินแดนต้องห้ามของผู้หญิงมาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว ตราบจนกระทั่งถึงปี 1867 ความเชื่อดังกล่าวเริ่มถูกลบล้าง เมื่อหญิงชาวอังกฤษคนหนึ่งอาจหาญปีนขึ้นภูเขาลูกนี้ และทุกวันนี้นักปีนเขาราวครึ่งหนึ่งจาก 400,000 คนที่มาปีนภูเขาฟูจิในแต่ละปีเป็นผู้หญิง

ที่มาของข้อมูล

http://sabaidee.blog.so-net.ne.jp/archive/c2300881825-1

http://www.bushido.co.jp/th/archives/738

http://www.gustotour.com/info_asia/japan/japan.html

http://www.dozojapan.com/เที่ยวญี่ปุ่น-ทัวร์ญี่ปุ่น-โตเกียว-Tokyo/โตเกียวทาวเวอร์-Tokyo-Tower.html

http://www.ตั๋วถูกจัง.com/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7/%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.html

http://www.dozojapan.com/เที่ยวญี่ปุ่น-ทัวร์ญี่ปุ่น-โตเกียว-Tokyo/ภูเขาไฟฟูจิ-Fuji-Hakone.html

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s